เมื่อบริษัทมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ธุรกิจหรือการรีแบรนด์, บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1 (ชื่อบริษัท) พร้อมทั้งแก้ไขดวงตราสำคัญ (ตราประทับ) หากตราเดิมมีการระบุชื่อบริษัทไว้. โดยมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติดังนี้:
1. การตรวจสอบและจองชื่อนิติบุคคลใหม่
เริ่มต้นโดยกรรมการบริษัทต้องทำการตรวจสอบและจองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่เว็บไซต์ https://reserve.dbd.go.th. ชื่อที่จองต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลอื่น และต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะดำเนินการขั้นต่อไปได้ โดยผลการจองชื่อจะต้องยังไม่หมดอายุในวันที่ยื่นจดทะเบียน.
2. การจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ
บริษัทต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติแก้ไขชื่อและตราประทับ โดยมีหลักการดังนี้:
- การออกหนังสือนัดประชุม: ต้องส่งหนังสือนัดประชุมทางไปรษณีย์ตอบรับ หรือส่งมอบตัวถึงผู้ถือหุ้นทุกคนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันประชุม.
- การลงโฆษณา: หากบริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ หรือมีข้อบังคับกำหนดไว้ ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมด้วย.
- การลงมติ: การแก้ไขชื่อต้องได้รับ "มติพิเศษ" ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง.
3. การจดทะเบียนแก้ไขต่อดวงตราสำคัญ
ในกรณีที่บริษัทมีการจดทะเบียนตราประทับที่มีชื่อเดิมปรากฏอยู่, เมื่อเปลี่ยนชื่อบริษัทแล้ว ต้องจดทะเบียนแก้ไขตราประทับ ให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ด้วย โดยระบุรายการแก้ไขตราไว้ในคำขอจดทะเบียนชุดเดียวกับการแก้ไขชื่อบริษัท.
4. การยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
กรรมการผู้มีอำนาจต้องยื่นคำขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีมติที่ประชุม. โดยสามารถยื่นได้ทั้งที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าในเขตที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หรือผ่านระบบ DBD Biz Regist (ดิจิทัล).
เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้
- คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) และแบบคำรับรองการจดทะเบียน.
- รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม (แบบ บอจ.4).
- ใบแจ้งผลการจองชื่อนิติบุคคลที่ยังไม่หมดอายุ.
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ชำระอากรแสตมป์ 50 บาท).
- สำเนาบัตรประจำตัวกรรมการที่ลงชื่อในคำขอ.
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่ได้มายื่นด้วยตนเอง)