บทความ

เกณฑ์รายได้และขั้นตอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัปเดต 2569

29 Apr 2026 4 ครั้ง โดย ทีมชลธี ที่ปรึกษาธุรกิจ — ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจกว่า 10 ปี
เจาะลึกเกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทที่กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) พร้อมคู่มือขั้นตอนการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์และแบบกระดาษ รายการเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม และระยะเวลาการตรวจสถานประกอบการโดยเจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อรับใบ ภ.พ.20 สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่
การเข้าสู่ระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) เป็นหน้าที่สำคัญของธุรกิจที่มีการเติบโตถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หรือมีความประสงค์จะเพิ่มความน่าเชื่อถือในการทำนิติกรรมกับคู่ค้าขนาดใหญ่ การทำความเข้าใจเกณฑ์รายได้และขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้บริษัทบริหารจัดการภาษีได้อย่างมืออาชีพและเลี่ยงโทษปรับย้อนหลัง

1. เกณฑ์รายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT

ตามกฎหมายสรรพากร ผู้ประกอบการ (ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล) มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT เมื่อมีเงื่อนไขดังนี้:

  • รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี: เมื่อธุรกิจมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รายได้ถึงเกณฑ์
  • การจดทะเบียนโดยสมัครใจ: สำหรับธุรกิจที่มีรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์แต่ต้องการเข้าสู่ระบบเพื่อสิทธิในการขอคืนภาษีซื้อ หรือเพื่อความสะดวกในการทำธุรกิจกับบริษัทใหญ่ ก็สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้เช่นกัน
2. ช่องทางการจดทะเบียน

ปัจจุบันกรมสรรพากรเปิดให้ผู้ประกอบการเลือกจดทะเบียนได้ 2 ช่องทางหลัก:

  1. ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต: ยื่นคำขอที่เว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด
  2. ยื่นด้วยกระดาษ: ดำเนินการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตที่ตั้งสถานประกอบการ
3. แบบฟอร์มและเอกสารที่ต้องใช้

ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมแบบฟอร์ม ภ.พ.01 (คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ ภ.พ.01.1 (คำขอแจ้งใช้สิทธิเพื่อขอจดทะเบียน) จำนวน 1 ชุด 3 ฉบับ พร้อมเอกสารประกอบดังนี้:

  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ตั้งสถานประกอบการ (เช่น สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอม)
  • แผนที่แสดงที่ตั้ง สถานประกอบการโดยสังเขป
  • รูปถ่ายสถานประกอบการ ที่เห็นป้ายชื่อบริษัทและเลขที่บ้านชัดเจน
4. กระบวนการตรวจสอบและรับใบ ภ.พ.20

หลังจากยื่นคำขอเรียบร้อยแล้ว กระบวนการจะดำเนินต่อดังนี้:

  • การตรวจสภาพกิจการ: เจ้าหน้าที่สรรพากรจะเข้าตรวจสอบสภาพสถานประกอบการจริง ภายใน 15 วันทำการ หลังจากได้รับคำขอ
  • การอนุมัติ: เมื่อตรวจสอบแล้วว่าข้อมูลถูกต้อง กรมสรรพากรจะอนุมัติการจดทะเบียนและออก ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการออกใบกำกับภาษีต่อไป
ข้อควรระวัง

หากธุรกิจมีรายได้ถึงเกณฑ์แล้วแต่เพิกเฉยไม่จดทะเบียนภายใน 30 วัน จะต้องระวางโทษปรับและเงินเพิ่ม รวมถึงอาจถูกเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังโดยไม่สามารถนำภาษีซื้อมาหักลบได้ ดังนั้น การบรรจุเรื่องนี้ไว้ในปฏิทินการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัทจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย
แชร์บทความ: Facebook LINE ปรึกษาเพิ่มเติม